ABOUT US
ความปลอดภัย คือปัจจัยหลักในชีวิตของทุกคน
      ภาพผู้คนทั่วโลกที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ปรากฎให้เห็นอยู่ตลอดเวลาและมีแต่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเพลิงไหม้ที่เกิดจากอุบัติเหตุ จากไฟฟ้าลัดวงจร จากความประมาทเลินเล่อของคน จากการกระทำของผู้ก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม จากสงครามระหว่างประเทศและในประเทศ การวางเพลิงเผาเพื่อทำลายชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งหลายครั้งก็ต้องมีผู้เสียชีวิตอยู่ด้วย และสาเหตุการตายส่วนใหญ่กว่า 95% จะมาจากการสำลักควันไฟ ก่อนการช่วยเหลือมาถึงแทบทั้งสิ้น และอุปกรณ์ที่ใช้แก้ปัญหาอัคคีภัยส่วนใหญ่จะใช้เพื่อดับไฟมากกว่า จะมีน้อยมากที่เตรียมไว้เพื่อช่วยชีวิตผู้คนให้หนีรอดออกมาได้






      เราได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวมายาวนาน จึงคิดค้น URGENT FIRE-PAK หรือ”อุปกรณ์ช่วยหายใจหนีไฟ” นี้มากว่า 9 ปีแล้ว ถือเป็นรายเดียวในประเทศไทย และในโลกที่มีการคิดค้น และพัฒนาอุปกรณ์ในระบบถังอากาศเบา แบบใช้แล้วทิ้งแบบนี้อย่างจริงจัง โดยแรงบันดาลใจที่เกิดจากจิตสำนึกที่บอกตนเองตลอดมาว่า “ชีวิตมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด หากสูญเสียไปไม่มีอะไรทดแทนได้” ฉะนั้น หากมีอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เขามีโอกาสรอดได้ ในไม่กี่วินาทีในช่วงเวลาวิกฤตินั้น ก็อาจช่วยชีวิตผู้คนให้รอดตายได้อีกมากมาย

     จุดเริ่มต้นของเรามาจากเหตุการณ์สะท้านโลก 911 ที่มีข่าวผู้หญิงคนหนึ่งติดอยู่ในตึกก่อนที่จะถล่ม และไม่สามารถออกมาได้เพราะมีแต่ควันเต็มห้องไปหมด เธอโทรหาแม่ในนาทีสุดท้ายเพื่อบอกลา แต่พูดยังไม่ทันจบประโยค เสียงก็เงียบหายไปเพราะขาดอากาศหายใจเนื่องจากสำลักควัน หากมีอุปกรณ์ที่จะช่วยเธอได้แค่อีก 2-3 นาที เธออาจจะมีโอกาสรอดชีวิต เราจึงเริ่มคิดค้นวิจัยพัฒนาอุปกรณ์เพื่อช่วยชีวิตผู้คนไม่ให้เกิดสำลักควันไฟ จากกรณีเพลิงไหม้

      เราได้ศึกษาค้นคว้าเปรียบเทียบอุปกรณ์แบบนี้จากทั่วโลก ซึ่งก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับแบบที่เราต้องการ ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบกรองอากาศ หรือหากมีถังอากาศก็จะหนักเกินไป (3-5 กก.) ใช้งานไม่สะดวก ขนาดเทอะทะและราคาสูง ไม่เหมาะกับคนทั่วไป โดยเฉพาะกับเด็ก ผู้หญิงและผู้สูงอายุ

     การพัฒนาต้นแบบใน Version แรกคิดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือนปรากฏ ใช้เวลาวิจัยลองผิดลองถูกอยู่ 3 ปีกับเงินทุนส่วนตัวหลักล้านโดยทำงานร่วมกับอาจารย์ออกแบบอุตสาหกรรมท่านหนึ่ง (Industrial Design) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านพลาสติกแบบฉีด ช่วยออกแบบให้ จนเป็นสินค้าออกสู่ตลาดได้ในปี 2548 (2005)

     จากการลองผิดลองถูกทั้งด้านการวิจัยพัฒนาหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์ รวมทั้งการศึกษาทดลองทำตลาดในประเทศและต่างประเทศอยู่หลายปี เราจึงพบว่าอุปกรณ์ยังต้องมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เราจึงมาเริ่มศึกษาวิจัยกันอีกรอบหนึ่งสำหรับ Version ที่ 2 ในปี 2551 โดยให้ทาง MTEC (National Metal and Materials Technology Center ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ) ช่วยพัฒนาออกแบบตามแนวคิด Function ที่เราศึกษามา รวมทั้งทำการทดสอบอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อให้ได้มาตรฐานตามหลักสากล โดยเราได้ขอทุนสนับสนุนการวิจัยครึ่งหนึ่งจาก ITAP (Industrial Technology Assistant Program โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย)

      การออกแบบในครั้งนี้มีพื้นฐานอ้างอิงตามหลักมาตรฐานสากล (EN Standard) แต่คิดค้นให้เป็นนวัตกรรมตามแบบของเราเองที่เน้นให้มีน้ำหนักเบา ใช้งานง่ายและรวดเร็วขึ้น พกพาสะดวก แต่ราคาประหยัด มีหลายรุ่นให้เลือกตามความเหมาะสมกับผู้ใช้งานทุกประเภท นโยบายของเราคือ พยายามค้นหาแหล่งผลิตวัสดุและโรงงานในเมืองไทยก่อน เพื่อช่วยสร้างระบบคลัสเตอร์ไทยให้เข้มแข็ง ช่วยเศรษฐกิจชาติให้ก้าวพ้นวิกฤต แต่ต้องมีมาตรฐาน มีใบรับรองคุณภาพของวัสดุ และระบบการผลิตที่เชื่อถือได้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นต้นแบบในการสร้างนวัตกรรมไทยสู่ระดับโลก

      ปัจจุบันเราได้พัฒนามาถึง Version ที่ 3 โดยต่อยอดจาก version 2 เพื่อให้การใช้งานที่ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ถือได้ว่าเป็นชุดช่วยหายใจหนีไฟ ที่มีถังอากาศแบบเบาในระบบต่อพ่วงกันแบบอนุกรมเจ้าแรกของโลก เท่านั้นยังไม่พอ เรายังผนวกกับการคิดนวัตกรรมใหม่ๆ เสริมเข้าไป โดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดเป็น สิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลก นั่นคือ ชุดช่วยหนีไฟที่ทำจากกระดาษสากันลามไฟ ในครั้งนี้เราได้รับทุนสนับสนุนจาก โครงการคูปองนวัตกรรมสำหรับ SME โดยผ่านทางสภาอุตสาหกรรม และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) โดยได้ทำการวิจัยร่วมกับดร.มาโนช นาคสาทา ผู้คิดค้นสารกันลามไฟที่ผลิตได้ในประเทศที่ใช้กับกระดาษสาทำมือ ให้สามารถนำมาใช้กับกระดาษสาแบบเครื่องได้สำเร็จ เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียว

      นอกจากนี้ เรายังได้รับความสนับสนุนจากภาครัฐให้ก่อตั้งเป็นกลุ่มการค้าใหม่ในนาม “กลุ่มนวัตกรรมไทยเพื่อความปลอดภัย” Safety Innovation Thailand (SIT) โดยได้รับการส่งเสริมด้านการตลาดให้เป็นที่รู้จัก และร่วมยกระดับความปลอดภัยในสถานประกอบการ ที่อยู่อาศัย และสาธารณะต่างๆ ให้ได้มาตรฐานตามอารยะประเทศ รวมทั้งเพื่อร่วมเสริมสร้างเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย ด้วยการช่วยลดความเสียหายจากการสูญเสียชีวิตในอัคคีภัย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ และสร้างมูลค่าของธุรกิจในตลาดความปลอดภัยที่กำลังเติบโตแบบ Blue Ocean เศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy อีกทั้งสามารถช่วยทดแทนการนำเข้าได้และมีโอกาสสูงในการส่งออกไปยังประเทศ ASEAN+6 และตลาดโลก

      นอกจากการเป็นเจ้าของนวัตกรรมไทยด้านความปลอดภัย ที่เน้นการเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานระดับสากลแล้ว เรายังมีจุดยืนที่จะเป็นแนวร่วมเครือข่ายรณรงค์ด้านความปลอดภัย และการเป็นธุรกิจเพื่อสังคมด้วยความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ในด้านการส่งเสริมยกระดับความปลอดภัยให้เป็นแบรนด์ใหม่ของประเทศไทย เพราะหากเมืองไทยไม่มีความปลอดภัยแล้วใครจะมาท่องเที่ยว ใครจะมาลงทุน แล้วเศรษฐกิจไทยจะดีได้อย่างไร เราจึงตั้งใจที่จะสร้างหลักสูตรกิจกรรมให้ความรู้และฝึกทักษะด้านความปลอดภัย ในหลักการ CSR-SAFETY “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสังคมไทยพัฒนา” ให้เป็นเครือข่ายที่มีประโยชน์อย่างต่อเนื่องไปในอนาคต

Nirin Design Company Limited

หมายเหตุ เชิญร่วมแอดเฟสบุคของเราและเครือข่ายของเราที่ FACEBOOK: urgentfirepak, safetyinnovationthailand และ อาสาสู้ภัยเพือชุมชนไทยเข้มแข็ง asa.sos.th@gmail.com